คุณพรศิริ โรจน์เมธา นายกสมาคมฯ ที่เป็นผู้หญิงท่านแรกที่เข้ามารับในตำแหน่งนี้ พร้อมกับ คณะกรรมการ บริหาร ในวาระปี พ.ศ. 2541-2543 ถือได้ว่าเป็นช่วงที่ท้าทาย สำหรับคณะกรรมการบริหาร ชุดนี้เป็นอย่างยิ่ง เนื่องด้วยภาวะเศรษฐกิจของไทย ยังอยู่ในช่วงที่ยังไม่ฟื้นตัว จากเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ อุตสาหกรรม โฆษณาไทย ยังต้องเผชิญกับปัญหาที่หนักอื้ง พร้อม ๆ กับจุดเปลี่ยนแปลงของ อุตสาหกรรมโฆษณาไทย ที่ เผชิญกับภาวะถดถอย ในยุคนี้เอง จำนวนบริษัทโฆษณาที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ ได้สูญหายไปเป็น จำนวนมาก หลายแห่งต้องปิดตัวไป เพราะประสบภาวะขาดทุน หลายแห่งประสบภาวะ ทางการเงินอย่างแสน สาหัส จึงไม่ได้ต่ออายุสมาชิกสมาคมฯ ทำให้สมาคมโฆษณาฯ มีสมาชิกที่เป็น บริษัทโฆษณาเหลืออยู่ไม่ถึง 60 บริษัท จากที่เคยมีมากกว่า 100 บริษัทในอดีต สมาคมฯ ในยุคของนายกหญิง จึงต้องเริ่มต้น ด้วยความยาก ลำบากในการบริหารสมาคมฯ ในภาวะที่รายรับ จากค่าสมาชิกลดน้อยถอยลงอย่างมาก ในขณะที่ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของสมาคมฯ ก็เพิ่มสูงขึ้นทุกปี
บริษัทโฆษณาส่วนใหญ่ ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของตนเอง มีการปรับโครงสร้าง ขององค์กร บ้างก็ยุบ แผนกบางแผนก เพื่อลดต้นทุนการดำเนินการ บ้างก็แยกแผนกบางแผนกออกไปเป็นบริษัทเล็ก ๆ อิสระ เพื่อสามารถรับงานจากลูกค้า ได้กว้างขวาง มากขึ้น หลายเอเยนซี่ก็ใช้วิธีหาผู้ร่วมทุนต่างชาติเพื่อเข้ามา สนับสนุนทางการเงิน
ไม่เพียงเท่านั้น ปรากฎการณ์ใหม่สำหรับวงการโฆษณาไทยคือ การเปิดบริการ ของมีเดียอิสระ… ซึ่งมีกระแสมา ตั้งแต่ก่อน ฟองสบู่แตก แต่อาจดูไม่ชัดเจนนัก ก็มาเริ่มแรง และเห็นชัดเจนขึ้น เมื่อพายุเศรษฐกิจลูกใหญ่ โหมกระหน่ำเข้ามา ทำให้ลูกค้า บริษัทโฆษณาต่าง ๆ หันมาให้ความสำคัญ กับการลดค่าใช้จ่ายในการโฆษณา ในขณะเดียวกัน ก็ต้องการให้ได้ ประสิทธิผล มากที่สุด ลูกค้าบริษัทโฆษณาบางส่วนได้ใช้อำนาจต่อรองที่ เหนือกว่า บีบคั้นให้บริษัทโฆษณาต้องแข่งขันกันลดค่าบริการลง (Agency Fee) จนในปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่า แทบจะหาเอเยนซี่ที่ได้รับค่าตอบแทนในอัตรา 17.65% ได้ยากเต็มทีแล้ว
ภายใต้การดำเนินการของสมาคมฯ โดยนายกพรศิริ ได้พยายามที่จะจัดระเบียบของค่าบริการโฆษณา และส่วนลด จากสื่อ ให้มี มาตรฐานที่ชัดเจนมากขึ้น โดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายสื่อขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ คอยดูแลพูดคุย ทั้งเจ้าของสื่อ และ สมาชิก โดยเฉพาะ เพื่อลดผลกระทบ จากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เพราะการคิดค่าตอบแทนที่เหมาะสม หมายถึงความอยู่รอด ของ เอเยนซี่เอง คณะกรรมการชุดนี้ จึงได้ ช่วยกันวางกรอบของการคิดค่าตอบแทนให้เป็นธรรม ทั้งฝ่ายลูกค้าผู้ลงโฆษณา และฝ่าย เอเยนซี่ ด้วยกันเอง ซึ่งก็ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เนื่องจากทุกฝ่าย ต่างก็ต้องการรักษาผลประโยชน์สูงสุด ของตนเอง มากกว่าที่จะเห็นใจหรือสนใจต่อความอยู่รอดของอีกฝ่าย
งานที่ถือได้ว่า เป็นงานหลัก และงานที่หนักที่สุดของสมาคมโฆษณาฯ ภายใต้คณะกรรมการบริหารชุดนี้ได้แก่ การดำเนินการ เป็นเจ้าภาพ จัดงาน AdAsia‘99 ซึ่งเป็นงานประชุมสัมมนาระดับภูมิภาคเอเชีย ภายใต้แนวคิด “InnovAsia“ โดยมีวิทยากร เข้าร่วมงานแสดงวิสัยทัศน์และแนวคิดใหม่ ๆ ในวงการโฆษณาระดับโลก จำนวนมาก ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แม้ช่วงเวลาที่จัดงานดังกล่าว จะยังอยู่ในภาวะที่เศรษฐกิจ ไทย และเศรษฐกิจในภูมิภาค ยังอยู่ในภาวะที่ทรงตัวอยู่ก็ตาม
งาน AdAsia‘99 นี้ ได้จัดขึ้นที่ Pattaya Exhibition and Convention Hall (PEACH) ภายในบริเวณ โรงแรม รอยัลคลิฟ พัทยา ได้นำมาซึ่งความสำเร็จแก ่สมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทยอย่างสูง เพราะนอกจาก จะมีผู้เข้าร่วมประชุม จากประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชียจำนวนมากถึงเก้าร้อยกว่าท่านแล้ว นักโฆษณาไทย ยังได้มีโอกาสแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกับ นักโฆษณาระดับโลก และยังถือเป็นการประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวของไทย และนำรายได้สู่ประเทศทางอ้อมอีกด้วย
ความสำเร็จอีกประการหนึ่ง ที่สำคัญยิ่งต่อความอยู่รอด ของสมาคมโฆษณาฯ ก็คือ การจัดงาน AdAsia‘99 นี้ ทำให้สมาคมฯ มีรายรับสูงกว่ารายจ่ายจำนวนหนึ่ง ซึ่งทำให้สถานะทางการเงิน ของสมาคมฯ กลับมา เข้มแข็งได้อีกครั้ง แม้ภาวะทางเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมโฆษณายังทรงตัวอยู่ก็ตาม
นับเป็นบทพิสูจน์ของ นายกสมาคมฯ หญิงคนแรก ที่ชื่อ พรศิริ โรจน์เมธา และทีมงานคณะกรรมการบริหาร ในยุคของนายกหญิงได้เป็นอย่างดี